OKami24
คู่มือ · 6 นาทีอ่านจบ

เลิกบุหรี่ด้วยพอตได้ไหม ข้อมูลสองด้านจากหน่วยงานสุขภาพ

พอตช่วยเลิกบุหรี่ได้จริงไหม บทความนี้รวบรวมข้อมูลทั้งสองด้านจากหน่วยงานสาธารณสุขและงานวิจัยของต่างประเทศ ให้คุณใช้ประกอบการตัดสินใจเอง

โดย ทีม OKami24เผยแพร่

บทความนี้เขียนจากอะไร

พอตช่วยเลิกบุหรี่ได้ไหม เป็นคำถามที่ยังไม่มีคำตอบตายตัว หน่วยงานสาธารณสุขแต่ละประเทศเองก็มองต่างกัน บางแห่งเห็นว่าช่วยได้ บางแห่งยังไม่แนะนำ

บทความนี้จึงรวบรวมสิ่งที่หน่วยงานสาธารณสุขของต่างประเทศและรีวิวงานวิจัยที่ตีพิมพ์แล้วบอกไว้ ทั้งฝั่งที่เห็นว่าช่วยได้และฝั่งที่เตือนเรื่องความเสี่ยง ทุกข้อบอกชื่อแหล่งไว้ในประโยค และมีลิงก์ให้เปิดอ่านต้นฉบับได้เอง

หน่วยงานเหล่านี้เรียกพอตว่าบุหรี่ไฟฟ้า ในบทความนี้สองคำนี้จึงหมายถึงสิ่งเดียวกัน ร้านเราไม่ใช่แพทย์ และบทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ถ้าคุณมีโรคประจำตัวหรือกำลังรักษาตัวอยู่ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจ

ฝั่งที่เห็นว่าพอตช่วยเลิกบุหรี่ได้

รีวิวงานวิจัยของ Cochrane เรื่องบุหรี่ไฟฟ้ากับการเลิกบุหรี่ ฉบับที่ตีพิมพ์เมื่อเดือนสิงหาคม 2026 รวมผลจาก 80 งานวิจัย มีผู้ใหญ่ที่สูบบุหรี่เข้าร่วมรวม 29,861 คน

Cochrane สรุปว่าบุหรี่ไฟฟ้าแบบมีนิโคตินช่วยให้คนเลิกบุหรี่ได้อย่างน้อยหกเดือน ในคนที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้าแบบมีนิโคตินทุก 100 คน อาจเลิกได้ 8–10 คน ขณะที่กลุ่มที่ใช้นิโคตินทดแทนเลิกได้ 6 คน และ 5 คนในกลุ่มที่ไม่ใช้ตัวช่วย หรือได้แค่คำปรึกษาเพื่อปรับพฤติกรรม อ่านต้นฉบับได้ที่ รีวิวของ Cochrane

ในรีวิวเดียวกัน Cochrane บอกด้วยว่า บุหรี่ไฟฟ้าอาจไม่เกี่ยวกับผลข้างเคียงที่ร้ายแรง แต่ผลข้างเคียงแบบไม่ร้ายแรงพบได้บ่อยกว่ากลุ่มที่ไม่ได้ใช้ตัวช่วย และทีมผู้ทำรีวิวยังบอกเองว่าต้องการหลักฐานเพิ่ม โดยเฉพาะเรื่องบุหรี่ไฟฟ้ารุ่นใหม่ ๆ

NHS ระบบสาธารณสุขของสหราชอาณาจักร ระบุในหน้าที่ทบทวนล่าสุด ณ กรกฎาคม 2026 ว่าบุหรี่ไฟฟ้าน่าจะมีอันตรายน้อยกว่าบุหรี่มาก และช่วยเลิกบุหรี่ได้ จากรีวิวปี 2021 ที่ NHS อ้างถึง คนที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้าควบคู่กับการพบผู้เชี่ยวชาญแบบตัวต่อตัว มีโอกาสเลิกสำเร็จได้ถึงสองเท่าของคนที่ใช้นิโคตินทดแทนแบบอื่น อ่านต้นฉบับได้ที่ NHS ของสหราชอาณาจักร

Health New Zealand หน่วยงานสาธารณสุขของนิวซีแลนด์ ระบุว่าบุหรี่ไฟฟ้าแบบมีนิโคตินเป็นหนึ่งในเครื่องมือช่วยเลิกบุหรี่ที่ได้ผลที่สุดที่มีอยู่ และอาจเป็นทางเลือกสำหรับคนที่ลองวิธีอื่นแล้วยังเลิกไม่ได้ โดยย้ำว่าควรใช้เฉพาะคนที่ต้องการเลิกบุหรี่เท่านั้น อ่านต้นฉบับได้ที่ Health New Zealand

ฝั่งที่ยังระมัดระวัง

องค์การอนามัยโลก (WHO) มองต่างออกไป ในหน้าถามตอบที่เผยแพร่เมื่อมกราคม 2024 WHO ระบุว่าบุหรี่ไฟฟ้าที่วางขายเป็นสินค้าทั่วไป ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าช่วยให้คนเลิกบุหรี่ได้เมื่อมองในภาพรวมของประชากร WHO มองว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ทางที่ดีที่สุดคือไม่ใช้ทั้งบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า และแนะนำวิธีเลิกแบบอื่นอย่างคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์หรือนิโคตินทดแทน อ่านต้นฉบับได้ที่ หน้าถามตอบของ WHO

CDC ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา ระบุในหน้าที่เผยแพร่เมื่อพฤษภาคม 2024 ว่ายังไม่มีบุหรี่ไฟฟ้ารุ่นใดที่ FDA หน่วยงานด้านอาหารและยาของสหรัฐฯ รับรองให้ใช้ช่วยเลิกบุหรี่ ถึงอย่างนั้น CDC มองว่าบุหรี่ไฟฟ้าอาจเป็นประโยชน์กับผู้ใหญ่ที่สูบบุหรี่และไม่ได้ตั้งครรภ์ ถ้าใช้แทนยาสูบทุกชนิดที่สูบอยู่ทั้งหมด อ่านต้นฉบับได้ที่ CDC ของสหรัฐฯ

เรื่องที่หลายหน่วยงานพูดตรงกัน

เรื่องแรก พอตยังมีความเสี่ยงอยู่ NHS บอกว่าการสูบพอตไม่ได้ปราศจากความเสี่ยง และยังไม่รู้แน่ชัดว่าในระยะยาวจะเสี่ยงแค่ไหน Health New Zealand ก็บอกว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีมาไม่นานพอที่จะรู้ความเสี่ยงของการใช้ระยะยาว NHS ยังระบุด้วยว่าในน้ำยาและไอมีสารที่อาจเป็นอันตรายบางชนิดแบบเดียวกับในควันบุหรี่ แต่อยู่ในระดับที่ต่ำกว่ามาก

เรื่องที่สองคือจะได้ประโยชน์ก็ต่อเมื่อเลิกบุหรี่ได้ขาด NHS บอกว่าการสูบพอตจะไม่ให้ประโยชน์เต็มที่จนกว่าจะเลิกบุหรี่ได้ทั้งหมด Health New Zealand บอกว่าแม้สูบบุหรี่แค่ 1 หรือ 2 มวนก็ยังเป็นอันตราย ส่วนการสูบพอตไปพร้อมกับบุหรี่ CDC บอกว่าไม่ช่วยปกป้องสุขภาพ

เรื่องที่สามคือพอตไม่ได้มีไว้สำหรับคนไม่สูบบุหรี่ NHS ไม่แนะนำบุหรี่ไฟฟ้าสำหรับคนที่ไม่สูบบุหรี่ และ WHO เตือนว่านิโคตินทำให้ติดได้ง่ายมาก คนที่ไม่สูบบุหรี่แล้วมาใช้บุหรี่ไฟฟ้าอาจติดนิโคตินได้ ส่วนผู้ที่ตั้งครรภ์ NHS แนะนำให้ใช้นิโคตินทดแทนที่ได้รับอนุญาต เช่น แผ่นแปะหรือหมากฝรั่งนิโคติน

ถ้าจะลองใช้พอตเพื่อเลิกบุหรี่

Health New Zealand แนะนำให้ตั้งเป้าเลิกบุหรี่ให้ได้ทั้งหมดโดยเร็ว และบอกว่ากว่าจะทำได้อาจต้องลองหลายครั้ง ถ้าพลาดกลับไปสูบบุหรี่บ้าง ไม่ได้แปลว่าคุณล้มเหลว

NHS บอกว่าการมีผู้เชี่ยวชาญด้านการเลิกบุหรี่คอยช่วย เป็นทางที่ให้โอกาสเลิกบุหรี่ได้ถาวรมากที่สุด ถ้ามีโอกาสคุยกับแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ ก็ควรใช้โอกาสนั้น

เรื่องการใช้งาน NHS แนะนำให้ใช้หัวชาร์จที่ถูกต้อง และไม่ชาร์จทิ้งไว้ตอนไม่มีใครอยู่หรือชาร์จข้ามคืน ส่วน Health New Zealand เตือนว่าน้ำยาเป็นพิษถ้ากลืนเข้าไป ควรเก็บพอตและน้ำยาให้พ้นมือเด็ก

เมื่อเลิกบุหรี่ได้แล้ว ค่อยเลิกพอตเป็นขั้นต่อไป

แม้แต่ฝั่งที่แนะนำพอตก็ไม่ได้ให้ใช้ไปตลอด อย่าง Health New Zealand ตั้งเป้าให้เลิกได้ทั้งบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า โดยให้เริ่มเลิกพอตหลังเลิกบุหรี่ได้และมั่นใจว่าจะไม่กลับไปสูบอีก NHS ก็แนะนำแบบเดียวกัน

วิธีที่ทั้งสองหน่วยงานแนะนำคล้ายกัน คือค่อย ๆ ลดความเข้มข้นของนิโคตินในน้ำยาลงทีละขั้น และเว้นช่วงสูบให้ห่างขึ้น NHS ยกตัวอย่างว่าถ้าปกติสูบ 20 นาทีครั้ง ก็ลองยืดเป็น 40 นาทีครั้ง แล้วคอยสังเกตความรู้สึกของตัวเอง

NHS ยังแนะนำอีกหลายอย่างที่ทำได้ทุกวัน เช่น กำหนดพื้นที่ที่จะไม่สูบพอต ขอแรงสนับสนุนจากเพื่อนหรือครอบครัว หาอะไรทำให้ไม่ว่าง และให้รางวัลตัวเองเมื่อทำได้ ช่วงที่เลิกอาจมีอาการถอนนิโคติน อย่างอยากสูบมาก หงุดหงิด สมาธิไม่ค่อยดี หิวบ่อยขึ้น หรือนอนหลับยาก อ่านต้นฉบับได้ที่ วิธีเลิกบุหรี่ไฟฟ้าของ NHS

ถ้ากลับไปสูบพอตอีก NHS บอกว่าการลองหลายครั้งกว่าจะเลิกได้เป็นเรื่องปกติ และสำหรับคนที่ใช้พอตเพื่อเลิกบุหรี่ การกลับไปสูบพอตยังดีกว่าการกลับไปสูบบุหรี่มาก คลิปด้านล่างจากช่องของร้านเล่าขั้นตอนในแนวเดียวกันนี้

รีวิวจาก OKami24วิธีเลิกบุหรี่ไฟฟ้า?

วิธีเลิกบุหรี่ไฟฟ้า?

OKM YARZ

การตัดสินใจเป็นของคุณ

สรุปสั้น ๆ คือ NHS Health New Zealand และรีวิวงานวิจัยของ Cochrane เห็นว่าพอตช่วยเลิกบุหรี่ได้ ขณะที่ WHO ยังไม่แนะนำ ส่วน CDC มองว่าอาจมีประโยชน์กับผู้ใหญ่เฉพาะเมื่อใช้แทนบุหรี่ทั้งหมด และทั้ง NHS Health New Zealand และ WHO ต่างบอกว่าพอตยังมีความเสี่ยง

ร้านเราไม่ได้บอกว่าทางไหนถูก ลองอ่านต้นฉบับจากลิงก์ในบทความ คุยกับแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญถ้าทำได้ แล้วเลือกทางที่เหมาะกับตัวเอง จะใช้พอตหรือวิธีอื่นก็ได้ ขอให้เลิกบุหรี่ได้อย่างที่ตั้งใจ

ถาม-ตอบ

คำถามที่พบบ่อย

บทความนี้เขียนโดยทีม OKami24 สเปกและรายละเอียดของสินค้าอ้างอิงจากเว็บไซต์ โปสเตอร์ หรือคู่มือของผู้ผลิต ส่วนคลิปที่แนบไว้มาจากช่อง YouTube OKM YARZ ของร้านเรา